พบกับ 5 เรื่องต้องรู้ เกมโรมม่าถล่มบาร์ซ่ายับ

1. แท็คติคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา
เป๊ป ตัดสินใจส่งกองหลัง 3 คน ซึ่งได้แก่ วอล์กเกอร์, ลาปอร์ต และ โอตาเมนดี้ ลงสนาม ซึ่งการใช้ วอล์กเกอร์ ในฐานะเซ็นเตอร์แบ็คนั้นถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ เพราะเขาไม่ใช่เซ็นเตอร์มาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเกมแรกใช้ได้ผลดี เพราะส่งผลให้ด้านของลิเวอร์พูลมีการล่าช้า แต่การไร้นายใหญ่ คาตาลัน สั่งการที่ข้างสนามในครึ่งเวลาหลังน่าจะเป็นเหตุให้พวกเขาเริ่มเสียกระบวน ก่อนจะพ่ายไปในที่สุด
2. สัญชาตญานของ ซาลาห์
จังหวะที่ หงส์แดง ได้ประตูตีเสมอนั้น หากเป็น ซาลาห์ คนเดิมแล้วล่ะก็ หงส์อาจจะยังตามหลัง เรือใบสีฟ้าอยู่ก็เป็นไปได้ เพราะ เมื่อ ซาดิโอ มาเน ได้บอลและพาบอลลุยเข้าไปในเขตโทษ และโดนเบียดจนล้ม ซาลาห์มองท่าไม่น่าจะได้ฟาวล์ ก่อนที่ โม ซาลาห์ จะเก็บบอลได้และเลือกที่จะเล่นต่อจากจังหวะนั้น ตามด้วยการโยกดึงหลอกล่อ เอแดร์สัน และ โอตาเมนดี้ ก่อนชิพข้ามหัวพวกเขาเข้าไป ซึ่งหาก ซาลาห์ เลือกที่จะหยุดหวังรอเอาฟาวล์ หงส์อาจจะไม่ชนะแบบนี้ก็ได้
3. จอมถล่มประตู
ซาลาห์ และ ฟีร์มิโน ได้รางวัลแห่งความพยายามในที่สุด หลังจากที่พวกเขาโดนตัดออกจากเกมไปเลยในครึ่งแรก ประตูของทั้งคู่ในเกมนี้ทำให้สตาร์จาก อียิปต์ กับ บราซิล ยิงไปแล้วคนละ 9 ประตูใน ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก จารึกสถิติการทำประตูสูงสุดที่นักเตะ ลิเวอร์พูล ทำได้ในถ้วย บิ๊กเอียร์ ภายในหนึ่ง ด้วยเหตุผลข้างต้นที่กล่าวมาจึงน่าจะทำให้คู่ต่อสู้ของพวกเขาในรอบรองชนะเลิศต้องขวัญหนีไปตามๆกัน
4. โชคของ มาเน
มาเน มีปัญหาเรื่องการยับยั้งตัวเองในจังหวะเข้าปะทะ เกมเริ่มไม่กี่นาที มาเน ก็จัดการเข้าหนักใส่ เควิน เดอ บรอยน์ ซะแล้ว โชคดีที่ผู้ตัดสินยังปรานีไม่คาดโทษ มาเน เสี่ยงกับการโดนไล่ออกอีกครั้งหลังเปิดปุ่มใส่ โอตาเมนดี้ แม้จะเป็นการเสียหลักลื่นก็ตาม ซึ่งลำพังการหงายปุ่มสตั๊ดใส่เพื่อนร่วมอาชีพก็เสี่ยงโดนไล่ออกอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้มันดันไปแทงใจดำของ แอแดร์สัน ที่เคยโดน มาเน ฟาดหัวแตกมาในเกมก่อนหน้า ทั้งคู่จึงมีปากเสียงกันในจังหวะต่อมา แต่โชคยังดีที่พวกเขาแค่โดนใบเหลืองเท่านั้น
5. แฟร์นันดินโญ คือหัวใจของ เรือใบสีฟ้า
ในครึ่งแรก เราแทบไม่ได้เห็นการทำเกมบุกของ ลิเวอร์พูล เลย เพราะมิดฟิลด์ชาว บราซิล ดักทางไว้ได้หมด เขาเหมือนกับผู้พิทักษ์หน้าแผงหลังของเรือใบสีฟ้า ที่คอยดักเกมรุกอันน่ากลัวของ หงส์แดง เอาไว้ตั้งแต่กลางสนาม ก่อนจะคอยป้อนบอลไปให้ผู้เล่นตัวรุกที่รอทำเกมอยู่แล้วอย่าง เดอ บรอยน์, ซาเน หรือ สเตอร์ลิง หนึ่งในจังหวะที่ติดตาเราคือการจ่ายให้ สเตอร์ลิง วิ่งไปเอาบอลตรงพื้นที่ว่างซึ่งทำได้พอดีสุด ๆ แต่น่าเสียดายที่ทีมของเขาต้องเป็นผู้แพ้ในเกมนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *